นักกีฬาหลายคนดื่มน้ำตามตารางอย่างตั้งใจ แต่ยังรู้สึกแห้งปากและ performance ตกในช่วงท้าย ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำที่ดื่ม แต่อยู่ที่ว่า ร่างกายดูดซึมน้ำได้เร็วแค่ไหน และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้กระบวนการนั้นช้าหรือเร็วลง
เส้นทางของน้ำตั้งแต่ดื่มจนถึงกระแสเลือด
น้ำที่ดื่มเข้าไปไม่ได้ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร กระเพาะทำหน้าที่แค่เก็บและส่งต่อ การดูดซึมน้ำจริงเกิดที่ ลำไส้เล็ก โดยเฉพาะบริเวณ duodenum และ jejunum ซึ่งมีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่และระบบ transport ที่ทำงานเฉพาะทาง
ตัวเลขที่ต้องรู้: ขีดจำกัดของการดูดซึม
ตัวเลขขีดจำกัด 600–800 ml/hr นี้หมายความว่า ถ้าคุณ sweat rate อยู่ที่ 1.2–1.5 L/hr ในอากาศไทย คุณไม่สามารถทดแทน fluid ที่เสียไปได้ทั้งหมดผ่านการดื่มระหว่างแข่ง นั่นคือเหตุผลที่ pre-race hydration และ carb loading สำคัญมาก
4 ปัจจัยที่ควบคุม Gastric Emptying Rate
บทบาท Sodium ใน Fluid Absorption: ทำงานร่วมกันอย่างไร
Sodium ไม่ได้มีบทบาทแค่รักษา electrolyte balance แต่ยังเป็น กุญแจสำคัญของกลไกดูดซึมน้ำในลำไส้ ผ่าน sodium-glucose cotransport ซึ่ง SGLT1 ดูดซึม sodium และ glucose พร้อมกัน และน้ำจะตามเข้าไปด้วยผ่าน osmosis
ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ แต่ไม่มีกลไก cotransport
plasma osmolality ลดลง ไตขับน้ำออกเร็วขึ้น fluid retention ต่ำ
เสี่ยง dilutional hyponatremia ถ้าดื่มมากในระยะยาว
SGLT1 ดูดซึม Na⁺ + glucose พร้อมกัน น้ำตามเข้ามาด้วย osmosis
plasma osmolality คงที่ ไตกักน้ำไว้มากกว่า fluid retention สูงขึ้น
ดูดซึมได้เร็วกว่าน้ำเปล่าถึง 2–3 เท่าในสภาพ dehydration
อากาศร้อนชื้นของไทย: ทำไม Absorption Rate ยิ่งสำคัญ
ในอากาศ 33°C ความชื้น 80% ของกรุงเทพฯ Sweat Rate ของนักกีฬาส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.2–1.8 L/hr ซึ่งสูงกว่า intestinal absorption limit อย่างมาก หมายความว่า ไม่ว่าจะดื่มน้ำเร็วแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทน fluid ที่เสียไปได้ทัน 100%
ดื่มทีละน้อยบ่อยครั้ง 150–200 ml ทุก 15–20 นาที ดีกว่าดื่ม 500 ml ครั้งเดียว เพราะ gastric emptying rate สูงสุดเมื่อกระเพาะมีปริมาณพอเหมาะ ไม่ล้นจนเต็ม
ใช้ 500HYDRO+ Tablet (500mg sodium) ในน้ำ 500ml ช่วยให้ SGLT1 cotransport ทำงานได้เต็มที่ เพิ่ม absorption rate และ fluid retention พร้อมกัน
หลีกเลี่ยง hyperosmotic drink ระหว่างแข่ง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเกิน 8% จะชะลอ gastric emptying ทำให้รู้สึกหนักท้อง ใช้ 40ENDURE หรือ 80ENDURE แทน ซึ่งออกแบบมาเพื่อ absorption ที่รวดเร็ว และมีความเข้มข้นของน้ำตาลเท่ากับ 8%
M-FUEL คำนวณ Fluid target ต่อชั่วโมงโดยคำนึงถึงทั้ง Sweat Rate และ intestinal absorption limit ของคุณ ไม่แนะนำให้ดื่มเกินกว่าที่ลำไส้รับได้ เพื่อป้องกันทั้ง GI distress และ overhydration
อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์
Gisolfi, C.V., & Duchman, S.M. (1992). Guidelines for optimal replacement beverages for different athletic events. Medicine & Science in Sports & Exercise, 24(6), 679–687.
Sawka, M.N., et al. (2007). ACSM Position Stand: Exercise and fluid replacement. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(2), 377–390.
Maughan, R.J., & Leiper, J.B. (1999). Limitations to fluid replacement during exercise. Canadian Journal of Applied Physiology, 24(2), 173–187.
Jeukendrup, A.E., & Gleeson, M. (2019). Sport Nutrition (3rd ed.). Human Kinetics. Chapter 9: Fluid and Electrolyte Needs During Exercise.
Shirreffs, S.M., & Maughan, R.J. (2000). Rehydration and recovery of fluid balance after exercise. Exercise and Sport Sciences Reviews, 28(1), 27–32.
ดื่มให้ถูก — ให้ร่างกายดูดซึมได้จริง
คำนวณ Fluid plan ที่เหมาะกับ sweat rate และ absorption limit ของคุณใน M-FUEL
วางแผนใน M-FUEL ทำ Sweat Test


