นักกีฬาหลายคนดื่มน้ำตามตารางอย่างตั้งใจ แต่ยังรู้สึกแห้งปากและ performance ตกในช่วงท้าย ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำที่ดื่ม แต่อยู่ที่ว่า ร่างกายดูดซึมน้ำได้เร็วแค่ไหน และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้กระบวนการนั้นช้าหรือเร็วลง

เส้นทางของน้ำตั้งแต่ดื่มจนถึงกระแสเลือด

น้ำที่ดื่มเข้าไปไม่ได้ถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหาร กระเพาะทำหน้าที่แค่เก็บและส่งต่อ การดูดซึมน้ำจริงเกิดที่ ลำไส้เล็ก โดยเฉพาะบริเวณ duodenum และ jejunum ซึ่งมีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่และระบบ transport ที่ทำงานเฉพาะทาง

ขั้นที่1
Gastric Emptying (การบีบอาหารออกจากกระเพาะ) น้ำที่ดื่มเข้าไปถูกส่งจากกระเพาะสู่ลำไส้เล็ก กระบวนการนี้ใช้เวลา 10–20 นาที และเป็น rate-limiting step แรกของการ hydration
ขั้นที่2
Intestinal Absorption (ลำไส้ดูดซึม) น้ำถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดผ่านกลไก osmosis และ active transport ร่วมกับ sodium ขีดจำกัดที่นี่อยู่ที่ ~600–800 ml/hr
ขั้นที่3
Plasma Distribution (กระจายสู่เนื้อเยื่อ) น้ำที่เข้าสู่กระแสเลือดถูกกระจายไปยังเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่ต้องการ กระบวนการนี้เร็วกว่าสองขั้นแรกมาก
งานวิจัยอ้างอิง: Gisolfi, C.V., & Duchman, S.M. (1992). Guidelines for optimal replacement beverages for different athletic events. Medicine & Science in Sports & Exercise, 24(6), 679–687. ระบุว่า gastric emptying rate คือ bottleneck หลักของ rehydration ในนักกีฬา และปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อ rate คือ osmolality ของเครื่องดื่มและ volume ที่ดื่ม

ตัวเลขที่ต้องรู้: ขีดจำกัดของการดูดซึม

600–800
ml/hr ขีดจำกัดสูงสุดของ intestinal fluid absorption ในนักกีฬา endurance
~20 นาที
เวลาเฉลี่ยที่น้ำใช้เดินทางจากกระเพาะสู่กระแสเลือดหลังดื่ม
200–300 ml
ปริมาณต่อครั้งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ gastric emptying rate ที่เร็วที่สุด

ตัวเลขขีดจำกัด 600–800 ml/hr นี้หมายความว่า ถ้าคุณ sweat rate อยู่ที่ 1.2–1.5 L/hr ในอากาศไทย คุณไม่สามารถทดแทน fluid ที่เสียไปได้ทั้งหมดผ่านการดื่มระหว่างแข่ง นั่นคือเหตุผลที่ pre-race hydration และ carb loading สำคัญมาก

4 ปัจจัยที่ควบคุม Gastric Emptying Rate

ผลของแต่ละปัจจัยต่อ Gastric Emptying Rate
สูงกว่า = ส่งต่อจากกระเพาะสู่ลำไส้ได้เร็วกว่า
น้ำเปล่า หรือ hypotonic
เร็วที่สุด
Isotonic + sodium
เร็วมาก
Hypertonic (น้ำตาลสูง)
ช้าลง
ดื่มปริมาณมากครั้งเดียว
ช้าที่สุด
งานวิจัยรองรับ: Sawka, M.N., et al. (2007). ACSM Position Stand: Exercise and fluid replacement. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(2), 377–390. และ Maughan, R.J., & Leiper, J.B. (1999). Limitations to fluid replacement during exercise. Canadian Journal of Applied Physiology, 24(2), 173–187. ยืนยันว่า carbohydrate concentration ที่สูงกว่า 8% ส่งผลให้ gastric emptying ช้าลงอย่างมีนัยสำคัญ และ sodium ใน sports drink ช่วยเร่ง intestinal absorption ผ่าน cotransport mechanism

บทบาท Sodium ใน Fluid Absorption: ทำงานร่วมกันอย่างไร

Sodium ไม่ได้มีบทบาทแค่รักษา electrolyte balance แต่ยังเป็น กุญแจสำคัญของกลไกดูดซึมน้ำในลำไส้ ผ่าน sodium-glucose cotransport ซึ่ง SGLT1 ดูดซึม sodium และ glucose พร้อมกัน และน้ำจะตามเข้าไปด้วยผ่าน osmosis

น้ำเปล่า ไม่มี sodium

ดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ แต่ไม่มีกลไก cotransport

plasma osmolality ลดลง ไตขับน้ำออกเร็วขึ้น fluid retention ต่ำ

เสี่ยง dilutional hyponatremia ถ้าดื่มมากในระยะยาว

มี sodium + carb (isotonic)

SGLT1 ดูดซึม Na⁺ + glucose พร้อมกัน น้ำตามเข้ามาด้วย osmosis

plasma osmolality คงที่ ไตกักน้ำไว้มากกว่า fluid retention สูงขึ้น

ดูดซึมได้เร็วกว่าน้ำเปล่าถึง 2–3 เท่าในสภาพ dehydration

อากาศร้อนชื้นของไทย: ทำไม Absorption Rate ยิ่งสำคัญ

ในอากาศ 33°C ความชื้น 80% ของกรุงเทพฯ Sweat Rate ของนักกีฬาส่วนใหญ่อยู่ที่ 1.2–1.8 L/hr ซึ่งสูงกว่า intestinal absorption limit อย่างมาก หมายความว่า ไม่ว่าจะดื่มน้ำเร็วแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทน fluid ที่เสียไปได้ทัน 100%

สิ่งที่ทำได้จริงในสนามแข่ง: เป้าหมายของ race day hydration ไม่ใช่ทดแทน 100% ของ sweat loss แต่คือ จำกัด dehydration ให้ไม่เกิน 2% ของน้ำหนักตัว ซึ่งทำได้ถ้าดื่มในปริมาณที่เหมาะสม (~400–600 ml/hr) พร้อม sodium ที่ช่วยเพิ่ม retention และ absorption rate
Mileage Protocol: เพิ่ม Absorption Rate ในสนามแข่ง

ดื่มทีละน้อยบ่อยครั้ง 150–200 ml ทุก 15–20 นาที ดีกว่าดื่ม 500 ml ครั้งเดียว เพราะ gastric emptying rate สูงสุดเมื่อกระเพาะมีปริมาณพอเหมาะ ไม่ล้นจนเต็ม

ใช้ 500HYDRO+ Tablet (500mg sodium) ในน้ำ 500ml ช่วยให้ SGLT1 cotransport ทำงานได้เต็มที่ เพิ่ม absorption rate และ fluid retention พร้อมกัน

หลีกเลี่ยง hyperosmotic drink ระหว่างแข่ง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงเกิน 8% จะชะลอ gastric emptying ทำให้รู้สึกหนักท้อง ใช้ 40ENDURE หรือ 80ENDURE แทน ซึ่งออกแบบมาเพื่อ absorption ที่รวดเร็ว และมีความเข้มข้นของน้ำตาลเท่ากับ 8% 

Fuel & Hydration Planner by Mileage

M-FUEL คำนวณ Fluid target ต่อชั่วโมงโดยคำนึงถึงทั้ง Sweat Rate และ intestinal absorption limit ของคุณ ไม่แนะนำให้ดื่มเกินกว่าที่ลำไส้รับได้ เพื่อป้องกันทั้ง GI distress และ overhydration

Fluidml / hr ไม่เกิน absorption limit
Sodiummg / hr คู่กับ fluid เสมอ
Timingดื่มทุกกี่นาที ปริมาณเท่าไหร่
คำนวณ Fluid plan ใน M-FUEL
ข้อควรทราบ: ข้อมูลนี้เป็น general guideline สำหรับนักกีฬาสุขภาพดี ผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ไต หรือหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับแผน hydration

อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

Gisolfi, C.V., & Duchman, S.M. (1992). Guidelines for optimal replacement beverages for different athletic events. Medicine & Science in Sports & Exercise, 24(6), 679–687.

Sawka, M.N., et al. (2007). ACSM Position Stand: Exercise and fluid replacement. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(2), 377–390.

Maughan, R.J., & Leiper, J.B. (1999). Limitations to fluid replacement during exercise. Canadian Journal of Applied Physiology, 24(2), 173–187.

Jeukendrup, A.E., & Gleeson, M. (2019). Sport Nutrition (3rd ed.). Human Kinetics. Chapter 9: Fluid and Electrolyte Needs During Exercise.

Shirreffs, S.M., & Maughan, R.J. (2000). Rehydration and recovery of fluid balance after exercise. Exercise and Sport Sciences Reviews, 28(1), 27–32.

Mileage Run Smarter

ดื่มให้ถูก — ให้ร่างกายดูดซึมได้จริง

คำนวณ Fluid plan ที่เหมาะกับ sweat rate และ absorption limit ของคุณใน M-FUEL

วางแผนใน M-FUEL ทำ Sweat Test