นักกีฬา endurance ประมาณ 30–50% รายงานว่าเคยมีปัญหา GI distress ระหว่างการแข่งขัน ตั้งแต่ท้องอืด คลื่นไส้ จนถึงท้องเสียกลางสนาม หลายคนโทษว่า "กินมากเกินไป" แต่ความจริงที่งานวิจัยชี้บ่อยกว่าคือ กินผิด ratio ต่างหาก
GI Distress ระหว่างแข่งเกิดได้จากอะไรบ้าง
Ratio ส่งผลต่อ GI Risk อย่างไร
GI Risk: สูงมาก
เมื่อกินเกิน 60 g/hr glucose ทั้งหมดค้างในลำไส้ fermentation รุนแรง
ท้องอืด แก๊ส คลื่นไส้เกิดบ่อยในครึ่งหลังของการแข่ง
GI Risk: ปานกลาง
ดีกว่า glucose only แต่ glucose ยังล้น SGLT1 ได้ถ้ากินเกิน 80 g/hr
Fructose ยังอยู่ในระดับที่ GLUT5 รับได้พอดี
GI Risk: ต่ำที่สุด
ทั้ง SGLT1 และ GLUT5 ทำงานที่ capacity โดยไม่มีตัวใด saturate
Carb ถูกดูดซึมทั้งหมด ไม่มีค้างให้ ferment
ปัจจัยที่เพิ่ม GI Risk ในนักกีฬาไทย
| ปัจจัย | ผลต่อ GI | วิธีลดความเสี่ยง |
|---|---|---|
| อากาศร้อน 33°C+ | Splanchnic blood flow ลดลง ลำไส้ดูดซึมได้น้อยลง 15–20% | ใช้สูตร 1:0.8 ที่ดูดซึมได้เร็วกว่า และลด carb intake ต่อครั้งลง |
| Intensity สูง (>75% VO2max) | เลือดถูกเบี่ยงออกจากลำไส้มากขึ้น การดูดซึมแย่ลง | เริ่มกิน carb ก่อน intensity สูงสุด ไม่รอจนหิว |
| ไม่ทำ Gut Training | ลำไส้ไม่คุ้นเคยกับ carb ระหว่างออกกำลังกาย threshold ต่ำ | Gut training ทุก long run เพิ่มทีละน้อยจนถึง race dose |
| ดื่มน้ำน้อยเกินไปพร้อม gel | Gel hyperosmotic ดึงน้ำเข้าลำไส้ osmotic diarrhea | ดื่มน้ำ 150–200ml ทุกครั้งที่กิน gel หรือ carb concentrate |
Gut Training: วิธีลด GI Sensitivity ระยะยาว
นอกจากการเลือก ratio ที่ถูกต้อง Gut Training คืออีกหนึ่งวิธีที่พิสูจน์แล้วว่าลด GI distress ได้อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการเพิ่ม transporter density ในลำไส้และการปรับ microbiome
สัปดาห์ที่ 1–2: กิน 25BOOST 1 ซอง (25g carb) ทุก long run เพื่อฝึกให้ร่างกายดูดซึม carb ระหว่างวิ่ง โดยเฉพาะในอากาศร้อน
สัปดาห์ที่ 3–4: เพิ่มเป็น 40ENDURE 1 มื้อ (40g carb) ทุก 45 นาที ใน long run ที่ยาวกว่า 90 นาที
สัปดาห์ที่ 5–8: เพิ่มความถี่และปริมาณจนถึง race target dose ทั้งหมดต้องทำในสภาพอากาศร้อน ไม่ใช่แค่ในห้อง AC เพราะ splanchnic blood flow ในอากาศร้อนต่างจากอากาศเย็นมาก
M-FUEL คำนวณ carb intake ต่อชั่วโมงโดยใช้สูตร 1:0.8 เสมอ และรวม timing ที่ช่วยลด GI risk เช่น กระจายการกินให้บ่อยขึ้นในอากาศร้อน แทนที่จะ batch ใหญ่ครั้งเดียว
อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์
Jeukendrup, A.E. (2017). Training the gut for athletes. Sports Medicine, 47(S1), 101–110.
Pfeiffer, B., et al. (2012). Nutritional intake and gastrointestinal problems during competitive endurance events. Medicine & Science in Sports & Exercise, 44(2), 344–351.
Rowlands, D.S., et al. (2015). Fructose-Glucose Composite Carbohydrates and Endurance Performance. Sports Medicine, 45(11), 1561–1576.
Costa, R.J.S., et al. (2017). Systematic review: Exercise-induced gastrointestinal syndrome. Applied Physiology, Nutrition, and Metabolism, 42(10), 1063–1083.
De Oliveira, E.P., et al. (2014). Gastrointestinal complaints during exercise: prevalence, etiology, and nutritional recommendations. Sports Medicine, 44(S1), S79–S85.
แก้ปัญหา GI Distress ด้วย Ratio ที่ถูกต้อง
ใช้สูตร 1:0.8 Dual-Source ที่ทั้ง SGLT1 และ GLUT5 ทำงานเต็มที่โดยไม่มีตัวใด saturate วางแผน carb intake ใน M-FUEL
วางแผนใน M-FUEL ดูสินค้า Race Nutrition


