นักกีฬาสองคนที่วิ่งในสภาพอากาศเดียวกัน อาจสูญเสีย sodium ต่างกันถึง 4–10 เท่า การใช้แผน hydration เดียวกันจึงผิดพลาดเสมอสำหรับคนใดคนหนึ่ง
Sweat Test คือก้าวแรกของการออกจากการเดา เพื่อเข้าสู่การวางแผนจาก data ของร่างกายคุณจริงๆ Mileage เปิดให้บริการแล้ว นัดหมายและชำระเงินออนไลน์ได้ที่ Sweat test lab
ทำไมต้องรู้ข้อมูลเหงื่อของตัวเอง
คุณอาจเป็น Salty Sweater โดยไม่รู้
นักกีฬาที่มี Sweat Sodium Concentration สูงกว่าค่าเฉลี่ยต้องการ sodium มากกว่า guideline ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ คราบขาวบนเสื้อหลังวิ่งคือสัญญาณแรก
อ่าน: Salty Sweater คุณเป็นหรือเปล่า? →
อากาศไทย 33°C ทำให้ตัวเลขเปลี่ยน
ความชื้น 75–85% เพิ่ม Sweat Rate 30–50% เทียบกับอากาศเย็น ตัวเลข sodium จาก guideline ต่างประเทศจึงไม่เพียงพอสำหรับนักกีฬาไทย
อ่าน: Sodium ในอากาศร้อนชื้น →
ดื่มผิดอันตรายได้ทั้งสองทาง
ดื่มน้อยเกินไปคือ dehydration ดื่มมากเกินไปโดยไม่มี sodium คือ hyponatremia ทั้งคู่ป้องกันได้ถ้ารู้ sweat profile ของตัวเอง
อ่าน: Hyponatremia อันตรายที่ต้องรู้ →
Sweat Rate คือรากฐานของทุกแผน
ก่อนวางแผน fluid, sodium และ carb ในการแข่งขันใดๆ ต้องรู้ก่อนว่าร่างกายสูญเสียเหงื่อกี่ลิตรต่อชั่วโมงในสภาพอากาศนั้นจริงๆ
อ่าน: Sweat Rate คืออะไร? →
แพคเกจบริการ
| บริการที่รวมอยู่ |
Pack A 1,500 บาท
|
Pack Bแนะนำ 1,900 บาท
|
Pack C 3,500 บาท
|
| Sweat Test |
1 ครั้ง |
1 ครั้ง |
2 ครั้ง (Biofeedback) |
| Full Report เฉพาะบุคคล |
✓ |
✓ |
✓ |
| คำแนะนำโภชนาการ |
✓ |
✓ |
✓ |
Ultra Electrolyte Mileage 500HYDRO+ + 250SALT+ มูลค่า 600 บาท
|
— |
✓ |
✓ |
Pack C เหมาะกับใคร: นักกีฬาที่เตรียมตัวสำหรับงานแข่งสำคัญ ต้องการเปรียบเทียบ sweat profile ระหว่างสภาพแวดล้อมต่างกัน เช่น อากาศเช้า vs กลางวัน หรือ easy run vs race pace เพื่อให้แผน hydration ครอบคลุมทุกสถานการณ์
การเตรียมตัวก่อนทดสอบ
สิ่งที่ต้องเตรียม
เตรียม ชุดวิ่งพร้อมรองเท้า ที่ใช้จริง และ นาฬิกาวัด Heart Rate (HR Monitor หรือ GPS Watch) เพื่อคุม Zone 3 ระหว่างทดสอบ
ดื่มน้ำให้พอตั้งแต่ 24 ชั่วโมงก่อน ไม่ต้องอดน้ำ เพราะการมาในสภาพ dehydrated จะทำให้ผลคลาดเคลื่อน
พักผ่อนให้เพียงพอ การอดนอนส่งผลต่อ sweat rate และ heart rate
ขั้นตอนการทำ Sweat Test
Step01
Registration & Brief ลงทะเบียนและรับคำอธิบายขั้นตอน ทีมงานจะอธิบาย protocol และตอบคำถามก่อนเริ่ม
Step02
Apply Sensor on Body ติดเซ็นเซอร์สำหรับเก็บตัวอย่างเหงื่อบนร่างกายตามจุดที่กำหนด เพื่อวัด Sweat Sodium Concentration ควบคู่กับ Sweat Rate
Step03
Run for 1 Hour (Zone 3) วิ่งตามโปรแกรมที่กำหนดประมาณ 1 ชั่วโมงใน Heart Rate Zone 3 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อน race condition จริง
Step04
Results after the Test ได้ผลการทดสอบทันทีหลังเสร็จสิ้น ทราบ Sweat Rate และ Sweat Sodium Concentration ก่อนกลับบ้าน
Step05
Full Report & Nutrition Guidance รับรายงานฉบับเต็มพร้อมคำแนะนำด้านโภชนาการและการใช้เกลือแร่เฉพาะบุคคล ใช้วางแผนได้ทันที
สิ่งที่คุณจะได้รับ
Sweat Rate
ค่าการสูญเสียเหงื่อ (L/hr) เฉพาะบุคคล รู้ว่าต้องดื่มเท่าไหร่ต่อชั่วโมงในสภาพอากาศจริง
Sodium
Sweat Sodium Concentration (mg/L) รู้ว่าอยู่ใน group ไหน low / average / salty sweater
แผน
คำแนะนำการดื่มน้ำ + เสริม sodium เฉพาะบุคคล พร้อมแนวทางป้องกันตะคริว, hyponatremia, dehydration
นำผลไปใช้ต่อทันทีใน M-FUEL
หลังได้รับ Sweat Rate และ Sweat Sodium Concentration กรอกเข้า M-FUEL ได้เลย ระบบจะคำนวณ sodium และ fluid ที่ต้องการต่อชั่วโมงสำหรับการแข่งของคุณโดยเฉพาะ
ตัวอย่าง: ผล Sweat Test บอกว่า Sweat Rate 1.4 L/hr และ Sweat Sodium 1,600 mg/L — M-FUEL จะคำนวณให้ว่าต้องการ sodium ~2,240 mg/hr และแนะนำว่าควรใช้ 500HYDRO+ กี่ tablet และ 250SALT+ กี่ capsule ในแต่ละชั่วโมงของการแข่ง
M—FUEL Fuel & Hydration Planner by Mileage
วางแผน Sodium + Fluid + Carb จาก data จริงของคุณ หลังจากได้รับผล Sweat Test แล้ว กรอกตัวเลขเข้า M-FUEL เพื่อสร้างแผน race nutrition ส่วนตัวที่สมบูรณ์
วางแผนใน M-FUEL หลังได้ผล Sweat Test
บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรทราบ: Sweat Test เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนโภชนาการการกีฬา ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต หรือกำลังรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ