คำถามที่นักวิ่งถามบ่อยที่สุดในกลุ่ม endurance คือ "ผมควรกิน sodium เท่าไหร่ต่อชั่วโมง" คำตอบที่ถูกต้องคือ "ขึ้นอยู่กับตัวคุณ" แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคำนวณไม่ได้ บทความนี้ให้สูตรที่ใช้ได้จริง ตั้งแต่แบบประมาณการคร่าวๆ ไปจนถึงแบบแม่นยำจาก Sweat Test
สูตรหลัก: Sodium Need ต่อชั่วโมง
หัวใจของการคำนวณ sodium คือสมการเดียว ที่รวมตัวแปรสองตัวที่ Knowledge Series พูดถึงมาตลอด: Sweat Rate และ Sweat Sodium Concentration
ตัวอย่างเช่น ถ้า Sweat Rate ของคุณคือ 1.2 L/hr และ Sweat Sodium Concentration คือ 1,000 mg/L การคำนวณคือ 1.2 × 1,000 = 1,200 mg/hr นี่คือปริมาณ sodium ที่ร่างกายสูญเสียไปจริงในแต่ละชั่วโมง และเป็นเป้าหมายเบื้องต้นสำหรับการเติมกลับ
ตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน
ค่า Sweat Rate วัดได้เองที่บ้านตามวิธีในบทความ "Sweat Rate คืออะไร" ส่วน Sweat Sodium Concentration วัดได้แม่นยำที่สุดผ่าน Sweat Test by Mileage ซึ่งให้ทั้งสองค่าในการทดสอบครั้งเดียว
ถ้ายังไม่เคยทำ Sweat Test: ตารางประมาณการ
หากยังไม่มีตัวเลขจริง ใช้ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้น โดยอ้างอิงจากค่าเฉลี่ยของนักวิ่งในสภาพอากาศและความเข้มข้นที่ใกล้เคียงกัน แล้วปรับจากการสังเกตตัวเอง (คราบเกลือบนเสื้อ, ตะคริว, รสเค็มของเหงื่อ)
| ลักษณะของคุณ | Sweat Sodium โดยประมาณ | สังเกตได้จาก |
|---|---|---|
| Low Sweater | ~400–600 mg/L | ไม่มีคราบขาวบนเสื้อ เหงื่อแทบไม่มีรสเค็ม ไม่ค่อยเป็นตะคริว |
| Average | ~700–1,100 mg/L | มีคราบขาวจางๆ บริเวณหน้าผากหรือขอบหมวก เหงื่อรสเค็มเล็กน้อย |
| Salty Sweater | ~1,200–2,000+ mg/L | คราบเกลือชัดเจนทั่วเสื้อ เหงื่อแสบตาเมื่อเข้าตา เป็นตะคริวบ่อยในการแข่งยาว |
ตัวอย่างคำนวณจริง 3 แบบ
เทียบเท่า 500HYDRO+ 1 tablet ต่อชั่วโมง พร้อมน้ำ 500–700ml
เทียบเท่า 500HYDRO+ 2 tablet ในน้ำ 800–1,000ml ต่อชั่วโมง
เทียบเท่า 500HYDRO+ 2 tablet + 250SALT+ 4 capsule กระจายตลอดชั่วโมง
แปลงตัวเลขเป็นจำนวนเม็ด: สูตรคำนวณ Mileage
ปรับตัวเลขตามสถานการณ์
สมการพื้นฐานให้ตัวเลข "การสูญเสีย" แต่การ "เติม" ไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 100% เสมอไป มีปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่ม:
| สถานการณ์ | ปรับอย่างไร |
|---|---|
| การแข่งสั้นกว่า 60 นาที | ไม่จำเป็นต้องเติม sodium ระหว่างแข่ง ร่างกายมี buffer เพียงพอ ใช้สูตรนี้เฉพาะการแข่งที่ยาวกว่า |
| ทำ Sodium Pre-loading แล้ว | ลด sodium ระหว่างแข่งลงได้เล็กน้อยในชั่วโมงแรก เพราะมี buffer ตั้งต้นแล้ว แต่ยังต้องเติมต่อเนื่องตามสูตร |
| Ultra (6+ ชั่วโมง) | Sweat Rate มักลดลงในชั่วโมงหลังๆ จาก pace ที่ช้าลงและอุณหภูมิตอนกลางคืน ปรับตัวเลขลงตามความเป็นจริง ไม่ใช้ตัวเลขชั่วโมงแรกตลอดการแข่ง |
| มีอาการตะคริวบ่อย | อาจหมายความว่าตัวเลข Sweat Sodium ที่ประมาณไว้ต่ำเกินไป ลองขยับไปใช้ตัวเลขช่วงสูงขึ้นในตาราง หรือทำ Sweat Test เพื่อความแม่นยำ |
แทนที่จะคำนวณด้วยมือ M-FUEL รับค่า Sweat Rate และ Sweat Sodium Concentration ของคุณ (จากการวัดเองหรือผล Sweat Test) แล้วคำนวณสูตรนี้ให้อัตโนมัติ พร้อมแปลงเป็นจำนวน 500HYDRO+ และ 250SALT+ ที่ต้องใช้ในแต่ละชั่วโมงของการแข่ง ปรับตามอุณหภูมิและระยะเวลาด้วย
อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์
Baker, L.B. (2017). Sweating rate and sweat sodium concentration in athletes: a review of methodology and intra/interindividual variability. Sports Medicine, 47(S1), 111–128.
Sawka, M.N., et al. (2007). ACSM Position Stand: Exercise and fluid replacement. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(2), 377–390.
Barnes, K.A., et al. (2019). Normative data for sweating rate, sweat sodium concentration, and sweat sodium loss in athletes. Journal of Sports Sciences, 37(20), 2356–2366.
Maughan, R.J., & Shirreffs, S.M. (2010). Development of hydration strategies to optimize performance for athletes in high-intensity sports. Scandinavian Journal of Medicine & Science in Sports, 20(S2), 59–69.
หยุดเดา เริ่มคำนวณจากตัวเลขจริงของคุณ
ทำ Sweat Test เพื่อรู้ Sweat Rate และ Sweat Sodium Concentration ที่แม่นยำ แล้ววางแผนต่อใน M-FUEL
ทำ Sweat Test วางแผนใน M-FUEL


