นักวิ่งหลายคนที่ย้ายจากประเทศเย็นมาแข่งในไทย หรือนักวิ่งไทยที่ใช้ training plan จากต่างประเทศ มักพบปัญหาเดียวกัน: ทำทุกอย่างถูกต้องตาม plan แต่ glycogen ยังหมดเร็วกว่าที่คาด อาการชนกำแพงในมาราธอนอาจ มาที่กม. 28 แทนที่จะเป็น 35

ไม่ใช่ความผิดของ plan แต่เป็นเพราะ plan นั้นไม่ได้คำนวณตัวแปรที่สำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬาไทย นั่นคือ ความร้อนและความชื้น

กลไก: ทำไมอากาศร้อนถึงทำให้ Glycogen หมดเร็วขึ้น

เมื่อ core temperature สูงขึ้น ร่างกายมีกลไกสองทางในการระบายความร้อน ทั้งสองต้องการ พลังงานจาก carbohydrate เพิ่มขึ้น

กลไกที่ 1: Sweating

ต่อมเหงื่อ (sweat glands) ต้องการ ATP เพื่อ active transport ของ ions

ในอากาศร้อน sweat rate สูงขึ้น 30–50% ต่อมเหงื่อทำงานหนักขึ้นมาก

พลังงานส่วนนี้ดึงมาจาก glycogen โดยตรง

กลไกที่ 2: Cardiac Output

ร่างกายส่งเลือดไปผิวหนังมากขึ้นเพื่อระบายความร้อน (cutaneous vasodilation)

หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น HR สูงขึ้น 5–10 bpm ในอุณหภูมิเดิม

กล้ามเนื้อได้รับ oxygen น้อยลง → ใช้ glycogen มากขึ้นเพื่อ anaerobic pathway

งานวิจัยอ้างอิง: Febbraio, M.A., et al. (2001). Influence of elevated muscle temperature on metabolism during intense, dynamic exercise. American Journal of Physiology — Regulatory, Integrative and Comparative Physiology, 281(4), R1311–R1320. พบว่าอุณหภูมิกล้ามเนื้อที่สูงขึ้นทำให้ glycogenolysis เร็วขึ้น 6–10% และ lactate accumulation สูงขึ้น แม้ที่ intensity เดิม
งานวิจัยรองรับ: González-Alonso, J., et al. (1999). Influence of body temperature on the development of fatigue during prolonged exercise in the heat. Journal of Applied Physiology, 86(3), 1032–1039. พบว่า exhaustion เกิดขึ้นเมื่อ core temperature ถึง ~40°C โดยไม่คำนึงถึงระดับ glycogen หรือ dehydration แสดงให้เห็นว่า thermoregulation เป็น independent fatigue factor

ตัวเลขเปรียบเทียบ: อากาศเย็น vs อากาศร้อนชื้น

Glycogen Depletion Rate ที่ Marathon Pace เดียวกัน
เปรียบเทียบในอากาศ 15°C vs 33°C ความชื้น 80%
15°C (อากาศเย็น)
~3.0 g/min
25°C ความชื้น 60%
~3.4 g/min
33°C ความชื้น 80% (ไทย)
~3.6–3.8 g/min

ความต่าง ~0.6–0.8 g/min ดูเล็กน้อย แต่ในการแข่ง Marathon 240 นาที นั่นคือ glycogen เพิ่มเติมที่ร่างกายต้องการ 144–192g มากกว่าในอากาศเย็น หรือเทียบเท่า 25BOOST ประมาณ 6–8 ซอง ที่คุณไม่ได้วางแผนไว้

ผลกระทบที่เกิดในสนามแข่งอากาศร้อน

1
Glycogen หมดเร็วกว่าที่คาด
Wall มาที่กม. 25–28 แทนที่จะเป็น 32–35 นักวิ่งที่ไม่ได้ปรับ carb plan จะรู้สึกว่า "วิ่งดีมาตลอดแล้วทำไมพัง" กลางการแข่ง
2
Pace ที่รักษาได้ต่ำกว่าในอากาศเย็น
งานวิจัยของ Ely et al. (2007) พบว่า marathon performance ลดลง ~1.6–3.2% ต่อทุกๆ 10°F (~5.5°C) ที่เพิ่มขึ้นเกิน 55°F (~13°C) ในไทยที่ 33°C ความต่างนี้สูงมากเทียบกับอากาศ race ปกติของยุโรป
3
GI distress เพิ่มขึ้น
ความร้อนลด splanchnic blood flow ทำให้ลำไส้ดูดซึม carb ได้น้อยลง carb ที่กินแต่ไม่ถูกดูดซึมจะ ferment ในลำไส้ เพิ่มความเสี่ยง nausea และท้องเสียระหว่างแข่ง
4
RPE สูงขึ้นในทุก pace
Rate of Perceived Exertion สูงขึ้นในอากาศร้อนแม้ที่ pace เดิม ทำให้นักกีฬาออกแรงเกินและเผา glycogen เร็วกว่าที่ตั้งใจโดยไม่รู้ตัว

ปรับ Carb Strategy สำหรับอากาศไทย

Carb Protocol: ปรับตามอุณหภูมิ อ้างอิง McCubbin et al. 2020
อากาศเย็น (<20°C)
Carb target ปกติ 60–75 g/hr สำหรับการแข่งนานกว่า 90 นาที เริ่มกินที่กม. 10
อากาศร้อน (25–30°C)
เพิ่ม carb target เป็น 75–85 g/hr เริ่มกินเร็วขึ้นที่กม. 8 และเพิ่มความถี่
อากาศร้อนชื้น (30°C+)
เพิ่ม carb target เป็น 80–90 g/hr เริ่มกินที่กม. 6–8 ใช้สูตร 1:0.8 Dual-Source เพื่อลด GI risk ในอากาศร้อน
Mileage Note: Gut Training ยิ่งสำคัญในอากาศร้อน

เนื่องจาก splanchnic blood flow ลดลงในอากาศร้อน ลำไส้รับ carb ได้น้อยลงโดยธรรมชาติ Gut Training จึงสำคัญยิ่งกว่าสำหรับนักวิ่งไทย การฝึกกินคาร์บระหว่าง long run ในอากาศร้อนจึงไม่ใช่แค่ฝึกกิน แต่คือการฝึกให้ร่างกายดูดซึม carb ได้แม้ในสภาพ heat stress

ใช้ 25BOOST (25g carb ต่อซอง) เป็นจุดเริ่มต้น Gut Training ทุก long run แล้วค่อยเพิ่มเป็น 40ENDURE หรือ 80ENDURE เมื่อร่างกายชินกับการดูดซึม carb ระหว่างวิ่ง

กลยุทธ์ Pacing ที่ช่วยรักษา Glycogen

กฎ 10-15 วินาที: งานวิจัยจาก Ely et al. (2007) แนะนำว่าในสภาพอากาศร้อน ควรชะลอ pace ลง 10–15 วินาที/กม. จาก goal pace ในอากาศเย็น เพื่อให้ glycogen burn rate สอดคล้องกับ fueling plan และลดความเสี่ยง GI distress จากการ absorb carb ในขณะที่ intensity สูงเกินไป
Fuel & Hydration Planner by Mileage

M-FUEL ปรับ carb target อัตโนมัติตามอุณหภูมิและความชื้นที่คุณกรอก สำหรับการแข่งในกรุงเทพฯ ที่ 33°C ระบบจะแนะนำ carb ที่สูงกว่า guideline ปกติ พร้อมเวลาเริ่มกินที่เร็วขึ้นตั้งแต่ต้นการแข่ง

Carbg / hr ปรับตามอุณหภูมิ
Timingเริ่มกินที่ กม. ไหน
Product25BOOST / 40ENDURE / 80ENDURE
ปรับ Carb Plan ตามอากาศไทยใน M-FUEL
ข้อควรทราบ: ข้อมูลนี้เป็น general guideline สำหรับนักกีฬาสุขภาพดี ตัวเลขอาจแตกต่างกันตาม individual physiology, fitness level และ heat acclimatization ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับแผน

อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

Febbraio, M.A., et al. (2001). Influence of elevated muscle temperature on metabolism during intense, dynamic exercise. American Journal of Physiology — Regulatory, Integrative and Comparative Physiology, 281(4), R1311–R1320.

González-Alonso, J., et al. (1999). Influence of body temperature on the development of fatigue during prolonged exercise in the heat. Journal of Applied Physiology, 86(3), 1032–1039.

Ely, M.R., et al. (2007). Impact of weather on marathon-running performance. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(3), 487–493.

McCubbin, A.J., et al. (2020). Sports Dietitians Australia position statement: Nutrition for exercise in hot environments. International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism, 30(1), 83–98.

Casa, D.J., et al. (2019). Sport and exercise heat acclimatisation consensus recommendations. British Journal of Sports Medicine, 53(7), 375–380.

Mileage Run Smarter

อากาศไทยไม่เหมือนที่ไหน — แผน Carb ก็ต้องไม่เหมือนกัน

M-FUEL ปรับ carb target ตามอุณหภูมิและความชื้นจริงของวันแข่ง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากยุโรป

ปรับ Carb Plan ใน M-FUEL ดูสินค้า Race Nutrition