ถ้าอ่านบทความใน Knowledge Hub ของเรามาครบ จะพบว่าแต่ละ pillar มีวิทยาศาสตร์เป็นของตัวเอง carb มี dual-source transporter, sodium มี sweat concentration, fluid มี gastric emptying rate แต่ในความเป็นจริง ทั้งสามสิ่งนี้ไม่เคยทำงานแยกกันเลย

Carb ต้องการ sodium และน้ำเพื่อดูดซึม sodium ต้องการน้ำเพื่อรักษา osmolality น้ำต้องการ sodium เพื่อกักตัวอยู่ในกระแสเลือด การวางแผนแยกกันคือการวางแผนที่ไม่สมบูรณ์

สามเสาหลัก : บทบาทและการพึ่งพากัน

Pillar 1 Carbohydrate

บทบาท: พลังงานหลักสำหรับกล้ามเนื้อและสมอง ผ่าน SGLT1 (glucose) และ GLUT5 (fructose)

ต้องการ: Sodium สำหรับ SGLT1 cotransport และ Fluid สำหรับ dissolution ในกระแสเลือด

ถ้าขาด: Bonk, ชนกำแพง hit the wall, brain fog, performance ตก

Pillar 2 Sodium

บทบาท: รักษา plasma osmolality, neuromuscular function และ fluid retention

ต้องการ: Fluid เพื่อรักษาสมดุล osmotic และ Carb เพื่อ cotransport ผ่าน SGLT1

ถ้าขาด: ตะคริว, hyponatremia, fluid ไม่ถูกกักไว้

Pillar 3 Fluid

บทบาท: ระบายความร้อน ลำเลียงสารอาหาร รักษา plasma volume

ต้องการ: Sodium เพื่อ retention ใน plasma และ Carb เพื่อ isotonic balance

ถ้าขาด: dehydration, core temp สูง, cardiac drift

งานวิจัยอ้างอิง: Jeukendrup, A.E. (2011). Nutrition for endurance sports: Marathon, triathlon, and road cycling. Journal of Sports Sciences, 29(S1), S91–S99. สรุปว่า race nutrition strategy ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องพิจารณา carbohydrate, fluid และ electrolyte พร้อมกันในฐานะระบบเดียว ไม่ใช่ตัวแปรแยกกัน

ปฏิกิริยาลูกโซ่เมื่อสามเสาหลักเสียสมดุล

สิ่งที่ขาดหรือเกิน ผลต่อสิ่งอื่น อาการที่เกิดในสนาม
Carb ไม่พอ Blood glucose ต่ำ → สมองทำงานช้าลง
Glycogen หมด → ร่างกายใช้ protein สลาย muscle
Bonk, สับสน, ขาหนัก, pace ตก
Sodium ไม่พอ Fluid ถูกขับออกเร็วขึ้น → ต้องดื่มมากขึ้น
SGLT1 cotransport ช้าลง → carb ดูดซึมช้า
ตะคริว, ดื่มน้ำไม่หาย, carb ไม่ช่วย
Fluid ไม่พอ Blood volume ลด → หัวใจทำงานหนักขึ้น
Glycogen เผาเร็วขึ้น → Bonk มาเร็ว
Heart rate สูง, core temp ขึ้น, exhaustion เร็ว
Fluid มากเกินไป (ไม่มี sodium) Plasma sodium เจือจาง → osmolality ต่ำ
น้ำซึมเข้าเซลล์สมอง → สมองบวม
Hyponatremia, ปวดหัว, ชัก, อันตราย

ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย: สามเสาหลักทำงานหนักขึ้น

สิ่งที่ทำให้การแข่งในไทยต่างจากในยุโรปไม่ใช่แค่อุณหภูมิ แต่คือ ทั้งสามเสาหลักถูกทำงานหนักโดยพร้อมกัน 

C
Carb: อากาศร้อนเพิ่ม glycogen oxidation rate 10–15% ร่างกายใช้ carb มากขึ้นเพื่อรักษา core temperature Bonk จึงมาเร็วกว่าในอากาศเย็น 5–10 กิโลเมตร
S
Sodium: Sweat Rate สูงขึ้น 30–50% sodium loss ต่อชั่วโมงอยู่ที่ 900–1,500 mg/hr ซึ่งมากกว่า isotonic drink ทั่วไป 3–6 เท่า
F
Fluid: ความชื้นสูงทำให้เหงื่อระเหยช้า ร่างกายต้องผลิตเหงื่อมากขึ้น แต่ intestinal absorption limit ยังคงอยู่ที่ 600–800 ml/hr ทำให้ fluid deficit สะสมเร็วขึ้น
ผลสะสมในการแข่ง Marathon กรุงเทพฯ: นักกีฬาที่วางแผนแบบตะวันตก (60g carb/hr + 500ml น้ำ/hr + electrolyte ทั่วไป) จะพบว่า carb ไม่พอที่กม.28–30, sodium ขาด 3,000–5,000mg ตลอดการแข่ง และ fluid deficit สะสม 500–800ml มากกว่าที่ควร

วางแผนสามเสาหลักด้วย Mileage System

25BOOST / 40ENDURE / 80ENDURE
Carb pillar — 1:0.8 Dual-Source
ให้ carb 25–80g ต่อมื้อ ในสูตร Glucose:Fructose 1:0.8 ทั้ง SGLT1 และ GLUT5 ทำงานพร้อมกัน oxidation rate สูงสุด ~90 g/hr
500HYDRO+ Tablet
Sodium + Fluid pillar
500mg sodium ต่อ tablet ละลายในน้ำ 500ml ช่วยทั้ง fluid retention และ SGLT1 cotransport ให้ carb ดูดซึมได้เร็วขึ้น
250SALT+ Capsule
Sodium top-up pillar
250mg sodium ต่อ capsule กลืนพร้อมน้ำ ยืดหยุ่นสำหรับ salty sweater ที่ต้องการ sodium เพิ่มนอกเหนือจาก 500HYDRO+
Mileage Race System: สามเสาหลักในแผนเดียว

สินค้า Mileage ถูกออกแบบให้ใช้ร่วมกันเป็น system ไม่ใช่แยกชิ้น 80ENDURE ให้ carb + sodium ในซองเดียว 500HYDRO+ ให้ sodium + fluid ในขวดเดียว และ 250SALT+ เป็น top-up sodium สำหรับนักกีฬาที่มี sweat sodium สูง ทั้งสามทำงานร่วมกันครอบคลุมทุก pillar

Fuel & Hydration Planner by Mileage

M-FUEL คำนวณ Carb, Sodium และ Fluid พร้อมกันในแผนเดียว โดยใช้ข้อมูล race goal, สภาพอากาศ และ sweat profile ของคุณ ผลลัพธ์คือตารางการกินและดื่มตลอดการแข่งที่สอดคล้องกันทั้งสามเสา

Carbg / hr ใน 1:0.8 ratio
Sodiummg / hr ตามอากาศ
Fluidml / hr ตาม sweat rate
วางแผนใน M-FUEL
ข้อควรทราบ: ข้อมูลนี้เป็น general guideline ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับ race nutrition strategy

อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

Jeukendrup, A.E. (2011). Nutrition for endurance sports: Marathon, triathlon, and road cycling. Journal of Sports Sciences, 29(S1), S91–S99.

Thomas, D.T., et al. (2016). ACSM Joint Position Statement: Nutrition and Athletic Performance. Medicine & Science in Sports & Exercise, 48(3), 543–568.

McCubbin, A.J., et al. (2020). Sports Dietitians Australia position statement: Nutrition for exercise in hot environments. International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism, 30(1), 83–98.

Sawka, M.N., et al. (2007). ACSM Position Stand: Exercise and fluid replacement. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(2), 377–390.

Mileage Run Smarter

วางแผน Carb + Sodium + Fluid พร้อมกันในแผนเดียว

M-FUEL คำนวณทั้งสามเสาหลักให้สอดคล้องกัน ตามสภาพอากาศและ race goal ของคุณจริงๆ

วางแผนใน M-FUEL ทำ Sweat Test